TH | EN

นักลงทุนสัมพันธ์

> ความรับผิดชอบต่อสังคม

> ความรับผิดชอบต่อสังคม

ความรับผิดชอบต่อสังคม

ปิโกและแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (Creating Shared Value : CSV)

บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีว่า เมื่อดำเนินธุรกิจในสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดีและมีคุณภาพ ก็จะสามารถสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนแก่ธุรกิจได้ บริษัทฯ มีปรัชญาการดำเนินธุรกิจ คือ “สิ่งใดที่ดีต่อสังคม สิ่งนั้นย่อมดีต่อ การดำเนินธุรกิจ” บริษัทฯ จึงเน้นการสร้างสรรค์บริการด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมคุณภาพของสังคมมา โดยตลอด

ผนวกการร่วมพัฒนาสังคม กับ นวัตกรรมสร้างสรรค์

บริษัทฯ ผนวกปรัชญาการดำเนินธุรกิจ เข้ากับ มิติทางสังคม (Social Dimension) สร้างเป็นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เริ่มตั้งแต่ปี 2548 บริษัทฯ เสริมจุดแข็งโดยเพิ่มองค์ความรู้ (Content) สู่บริการต่างๆ ด้วยการแสวงหาแหล่งความรู้สากล จากเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วโลกเพื่อนำเสนอนวัตกรรมสู่สังคมไทย บริษัทฯ เริ่มต้นธุรกิจด้านการสร้างสรรค์แหล่งสื่อสารองค์ ความรู้ (Knowledge Communication) ในเรื่องที่เป็นความต้องการของตลาดและสังคม คือ “การศึกษา” บริษัทฯ ริเริ่มวิจัย และค้นคว้าหาองค์ความรู้โดยฝ่ายงานที่เรียกว่า ฝ่ายสื่อสารเพื่อการศึกษา (Education Communications: EC) มีหน้าที่ ค้นคว้าและนำเสนอนวัตกรรมด้านการศึกษาจากทั่วโลกสู่สังคมไทย

ฝ่ายสื่อสารเพื่อการศึกษา หรือ EC ดำเนินงานโดยมุ่งเน้นเรื่อง“การพัฒนาวิชาชีพครู (Teacher Professional Development)” เป็นหัวใจสำคัญ และในปี 2554 แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่เรียกว่า “การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม” หรือ “Creating Shared Value” ที่ศาสตราจารย์ ไมเคิล อี พอตเตอร์ อธิบายถึงความสำคัญของแนวทางนี้ว่าเป็น การดำเนินธุรกิจที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

นวัตกรรม บริการ และกิจกรรมทางด้านการศึกษาที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม

นวัตกรรม บริการ และกิจกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโดยมุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมทางด้านการศึกษาของ บริษัทฯ ถูกกำหนดไว้ในกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ในส่วนงาน Education Communications โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมที่เป็นธุรกิจของบริษัทฯ กิจกรรมบริการแก่ลูกค้า และกิจกรรมส่งเสริมคุณค่าร่วมทางการศึกษาแก่สังคม มีรายละเอียดดังนี้

  1. กิจกรรมที่เป็นธุรกิจของบริษัท ฯ
    • EDUCA มหกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู
      “นวัตกรรมความร่วมมือระหว่างรัฐ และ เอกชนเพื่อการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง” EDUCA เป็นส่วนหนึ่งของงานด้าน Education Communications ที่บริษัทฯ ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ดำเนินการภายใต้โมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public and Private Partnership) งาน EDUCA มีพัฒนาการได้รับการตอบรับจากครูทั่วประเทศเป็นอย่างดี และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูไทยอย่างต่อเนื่อง ในปี 2559 บริษัทฯ จัดงาน EDUCA 2016 (ครั้งที่ 9) ภายใต้แนวคิด “โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้”(School as Learning Community: SLC) มีครูและนักการศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานกว่า 30,000 คน และมีสมาชิกในเครือข่ายครูของ EDUCA จำนวน 200,729 คน มียอดผู้ติดตามใน Facebook จำนวน 25,488 คน (เพิ่มขึ้นจากปี 2558 คิดเป็น 76.3%) พร้อมทั้งมีการเพิ่มช่องทางติดตามในสื่อใหม่ (New media) ต่างๆ เช่น Line Official, Instagram ฯลฯ ซึ่งแสดง ให้เห็นว่างาน EDUCA เป็นงานที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเป้าหมาย และปรับตัวสอดรับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญในปีนี้ EDUCA ยังนำเสนอนวัตกรรมบริการที่น่าสนใจอีก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการหนังสือเพื่อครู ต้นแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต EDUCA TALK และ EDUCA GO GREEN เพื่อย้ำความสำคัญของ ครูในฐานะต้นแบบการเรียนรู้ ผู้นำความคิด และต้นแบบในการรักษาสิ่งแวดล้อม
    • โครงการหนังสือเพื่อครู ต้นแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต
      บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของ “ครูในฐานะต้นแบบการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเยาวชนไทย” จึงได้ร่วมมือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษา คัดสรรหนังสือดีที่มีคุณค่าสำหรับการพัฒนาวิชาชีพครูกว่า 40 เรื่อง ตลอดจนจัดพิมพ์หนังสือใหม่ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ และแนวคิดการศึกษาที่ น่าสนใจ จำนวน 4 เล่มขึ้น เพื่อมอบแก่ครูผู้เข้าร่วมงาน EDUCA 2016 โดยครูสามารถเลือกได้ตามความสนใจท่านละ 1 เล่ม จากการดำเนินโครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและสื่อมวลชน นับเป็นครั้งแรกที่มี การให้ความสำคัญแก่ครู ในฐานะต้นแบบของการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    • EDUCA TALK เวทีแห่งความคิดและแรงบันดาลใจ
      ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ริเริ่ม EDUCA TALK เวทีแห่งความคิดและแรงบันดาลใจในงาน EDUCA 2016 โดยจัดเป็นกิจกรรม ทอล์คโชว์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ที่มีคุณค่าจากชีวิตครู ภายใต้แนวคิด “สู่กลางใจครู (Straight to the Heart)” นำเสนอในรูปแบบความบันเทิงที่มีสาระ (Edutainment) EDUCA TALK เป็นทั้งเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนในการสร้าง แรงบันดาลใจให้แก่นิสิตครู ครู เยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เห็นถึงความสำคัญของวิชาชีพ และสร้างจุดยืนให้กับครูในฐานะผู้นำ ความคิดของสังคม เนื้อหาของ EDUCA TALK มีการสื่อสารต่อยอดสู่กลุ่มครูที่ยังไม่มีโอกาสได้มาร่วมงานและสาธารณชน ผ่านทางยูทูปแชนแนล ปัจจุบันมียอดผู้เข้าชมมากกว่า 15,000 คน
    • EDUCA GO GREEN ร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อม
      แนวคิด “EDUCA GO GREEN” เกิดขึ้นจากความตระหนักและต้องการส่งเสริมจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและความ รับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน จึงร่วมรณรงค์ให้ “ครูเป็นต้นแบบของการเรียนรู้และร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม” โดยในงาน EDUCA 2016 เน้นกิจกรรมให้ครูผู้เข้าร่วมงานดาวน์โหลดเอกสารประกอบการบรรยายและเกียรติบัตรทางระบบออนไลน์ บนเว็บไซต์เท่านั้นเพื่อลดการใช้ทรัพยากร
    • ในภาพรวมของการจัดงาน EDUCA 2016 พบว่า เนื้อหาสาระของการประชุมนานาชาติ การอบรมเชิงปฏิบัติการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน เป็นสิ่งพิมพ์ จำนวน 76 รายการ สื่อโทรทัศน์ 4 รายการ และสื่อสมัยใหม่/ออนไลน์ 76 รายการ รวมเป็น 156 รายการ ได้แก่ รายการข่าว New TV และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ มีการนำเสนอสาระที่เป็นประโยชน์เพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติแก่สาธารณชน ในลักษณะสกู๊ปข่าวความรู้ สาระจากการประชุมนานาชาติ จากการสัมภาษณ์วิทยากร และเจ้าภาพร่วมจัดงาน ประการสำคัญความรู้เหล่านี้ได้รับการสื่อสารต่อยอดสู่กลุ่มครูที่ยังไม่มีโอกาสได้มาร่วมงาน และสาธารณชนผู้สนใจการศึกษาผ่านทางยูทูปแชนแนล

  2. กิจกรรมบริการแก่ลูกค้า

    ในส่วนกิจกรรมบริการแก่ลูกค้า บริษัทฯ ยังได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ให้เป็นผู้สร้างสรรค์ บริการดิจิทัลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและการให้ความรู้แก่สังคม ธุรกิจดังกล่าวเป็นบริการที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่าง ต่อเนื่อง ในปีนี้มีงานที่บริษัทสร้างสรรค์ขึ้น ได้แก่ มหิดลแชนแนล (Mahidol Channel) ช่องของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ นำความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์จาก 17 คณะ 6 วิทยาลัย 7 สถาบัน เผยแพร่สู่สาธารณชน ภายใต้แนวคิด An Edutainment Variety of Arts & Sciences ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และทุกปีมียอดการเข้าชมทั้งจากยูทูปและเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้น เท่าตัว มหิดลแชนแนลกลายเป็นสื่อที่ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ และสังคมที่ทันเหตุการณ์ มีความน่าเชื่อถือ สร้างปรากฏการณ์ สื่อออนไลน์ของมหาวิทยาลัยที่ได้รับยอดวิวสูงที่สุด และมีคุณภาพได้รับการยอมรับในวงกว้าง

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการสื่อเพื่อการศึกษาให้แก่หลายหน่วยงาน ได้แก่ 1) โครงการการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาทางไกลด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (Distance Learning Information Technology : DLIT) บริษัทฯ ดำเนินงาน ให้แก่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยโครงการ DLIT เป็นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ที่นำเอาเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้ามาช่วยสนับสนุน เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการ เรียนการสอน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ แก่ครู นักเรียนและ คนไทยทุกคน ทั้งนี้ นำเสนอเนื้อหาห้องเรียน DLIT สำหรับโรงเีรียนที่ขาดแคลนครู คลังสื่อการสอนหรือ DLIT Resources ห้องสมุดดิจิทัล DLIT การพัฒนาวิชาชีพครู และการประเมินผล จากการที่ DLIT ซึ่งได้รับผลตอบรับในทางที่ดีจากครูและ บุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ 2) โครงการการวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้วยสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ Eng24 บริษัทฯดำเนินงานให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล โดยโครงการ Eng24 เป็นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ Eng24 เป็นสื่อการเรียนรู้ซึ่งครู นักเรียนและคนไทยทุกคนสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษได้ Eng24 ประกอบด้วย Eng hour สำหรับใช้สอนในห้องเรียนระดับประถมศึกษา Eng for Daily Life ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันที่นำเสนอเป็นสถานการณ์สนุกสนาน และ Eng for Occupation ภาษาอังกฤษ เพื่ออาชีพที่มีทั้งอาชีพที่ใช้ภาษาอังกฤษง่ายๆ และอาชีพที่มีความซับซ้อนของภาษา เป็นรายการที่นอกจากทำให้ผู้ชมได้เห็น การใช้ภาษาอังกฤษในอาชีพแล้ว ยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีการ ใช้สื่อจากเว็บไซต์และ ยูทูปของ Eng24 ในโรงเรียนหลายแห่งทั่วประเทศ และได้รับคำชื่นชมจากครูทั่วประเทศไทย บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจที่ได้ สร้างสรรค์บริการดิจิทัลมีเดียดังกล่าวแก่ลูกค้า และนับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแนวทางสร้างสรรค์คุณค่าร่วม แก่สังคมด้วย

  3. กิจกรรมที่ส่งเสริมคุณค่าร่วมทางการศึกษาแก่สังคม

    ตั้งแต่พฤศจิกายน 2558 ถึง ตุลาคม 2559 บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณค่าร่วมทางการศึกษาแก่สังคม ได้แก่

    1. การสนับสนุนคณาจารย์ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และผู้บริหารโรงเรียนเข้าร่วมประชุม WALS 2015 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
      บริษัทฯ สนับสนุนให้ “คณาจารย์ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และกลุ่มผู้บริหารโรงเรียนที่มีวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนแปลง” ได้พัฒนาศักยภาพและภาวะผู้นำ โดยสนับสนุนค่าเดินทางและการเข้าร่วมสัมมนาให้กลุ่มผู้บริหารโรงเรียน และคณาจารย์ ที่ปรึกษา จำนวน 25 ท่าน เข้าร่วมการประชุม World Association of Lesson Studies International Conference: WALS 2015 ระหว่างวันที่ 23 - 26 พฤศจิกายน 2558 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมาย ได้เรียนรู้องค์ความรู้ ระดับโลก และนำแนวทางการศึกษาผ่านบทเรียน (Lesson Study) มาเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ในห้องเรียน

    2. การสนับสนุนโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และการบรรยายสาธารณะ เรื่อง การศึกษาผ่านบทเรียนตามแนวทางโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Lesson Study: School as Learning Community Approach)
      บริษัทฯ ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และการบรรยายสาธารณะ เรื่อง การศึกษาผ่านบทเรียนตามแนวทางโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Lesson Study: School as Learning Community Approach) เมื่อวันที่ 27 - 28 พฤศจิกายน 2558 ณ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยบริษัทฯ ได้เชิญ ศ.ดร. มานาบุ ซาโต วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น มาบรรยายในหัวข้อ ดังกล่าว เพื่อสร้างโอกาสให้คณาจารย์ของคณะฯ คณะครูจากโรงเรียนสาธิตฯ บุคลากรทางการศึกษาและผู้สนใจ ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกี่ยวกับนวัตกรรมการศึกษาผ่านบทเรียนตามแนวทางดังกล่าว โดย บริษัทฯ สนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก ค่าวิทยากร และสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อบันทึกเทปเพื่อเผยแพร่แก่ กลุ่มเครือข่ายทางการศึกษา และสื่อมวลชน

    3. การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาในงานครุวิชาการ ครั้งที่ 4 ณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
      บริษัทฯ สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาของบริษัทฯ ให้เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนาวิชาการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ สู่การปฏิบัติ” งานครุวิชาการ ครั้งที่ 4 ในวันที่ 14 - 15 มกราคม 2559 ณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นการจัดการเรียนการสอนตามนโยบายของรัฐบาลกับผู้บริหาร อาจารย์ ผู้ปกครอง นักเรียน ผู้เข้าร่วมรับฟังการเสวนา และส่งเสริมการพัฒนามุมมองและความรู้ของนักศึกษาและวิชาชีพครู เนื้อหาสาระของการเสวนาได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและนำเสนอต่อสาธารณชนในรูปแบบสกู๊ปข่าว

    4. การสนับสนุนคณาจารย์ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และผู้บริหารโรงเรียนไทยร่วมประชุม Teach For America 2016 และการเยี่ยมชมโรงเรียน ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี และนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
      บริษัทฯ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พัก ให้คณาจารย์ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ผู้บริหารโรงเรียน และผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านการศึกษา จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ รศ. ลัดดา ภู่เกียรติ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตพัฒนา รศ.ดร. พิมพันธ์ เดชะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน ผศ.ดร. สันติ ศรีประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ และอุปนายกสมาคมสโมสร อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อ.ดร.วิชัย เสวกงาม อาจารย์ประจำ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมการประชุม Teach For America 25th Year Anniversary 2016 ระหว่างวันที่ 5 - 7 กุมภาพันธ์ 2559 ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษาการพัฒนาการศึกษาที่ดำเนินการโดยเครือข่ายสากล Teach For All และระหว่างวันที่ 8 - 13 กุมภาพันธ์ 2559 ได้เข้าเยี่ยมชมสังเกตการเรียนการสอนโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ ในนครนิวยอร์ก เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้นำการศึกษาจากสถาบันชั้นนำ เพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับกลุ่มผู้อำนวยการผู้นำและสาธารณชน (ผ่านการนำเสนอสกู๊ปข่าวของสื่อมวลชน) ตลอดจนพัฒนาเนื้อหาฟอรัม ครูใหญ่ในงาน EDUCA ต่อไป

    5. การสนับสนุนคณาจารย์ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาไทยร่วมประชุม AERA 2016 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา
      บริษัทฯ ได้สนับสนุนค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเข้าร่วมสัมมนาให้คณาจารย์ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญทางด้าน การศึกษา จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ รศ.ดร.ชาตรี ฝ่ายคำตา ประธานสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยา เกษตรศาสตร์ อ.ดร.จุฑารัตน์ วิบูลผล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผศ.ดร. ธิดา ทับพันธุ์ อาจารย์ ประจำคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมการประชุม American Educational Research Association (AERA) ภายใต้แนวคิดหลักคือ “Public Scholarship to Educate Diverse Democracies” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยน องค์ความรู้และรับฟังการนำเสนองานวิจัยทางด้านการศึกษาจากนักวิชาการทั่วโลก จัดในระหว่างวันที่ 8 - 12 เมษายน 2559 ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา โดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้มานำเสนอแก่ผู้เกี่ยวข้องใน การประชุมศึกษาฟอรัม ครั้งที่ 4 “ถึงเวลาปฏิรูป..ครุศึกษา” (ดูรายละเอียดในหัวข้อ 11 ศึกษาฟอรัม)

    6. การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาไทยร่วมประชุม TEPE 2016 ณ มหาวิทยาลัยมอลตา ประเทศมอลตา
      บริษัทฯ ยังคงมุ่งสนับสนุนให้ “คณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์” พัฒนาศักยภาพและภาวะผู้นำของสถาบันอย่างต่อเนื่อง จึงได้ สนับสนุนค่าที่พัก ค่าเดินทางและค่าลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาให้ผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษา ได้แก่ รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เข้าร่วมการสัมมนานโยบายครุศึกษาของยุโรป (Teacher Education Policy in Europe Network) เมื่อวันที่ 20 - 21 พฤษภาคม 2559 ที่มหาวิทยาลัยมอลตา ประเทศมอลตา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และนำมาจัดเวทีขับเคลื่อนการพัฒนาการครุศึกษาไทย

    7. การสนับสนุนการประชุมกลุ่มผู้อำนวยการผู้นำ (Thailand Principal Forum : TPF)
      สืบเนื่องจากการจัดประชุมฟอรัมครูใหญ่ในงาน EDUCA 2013 และ EDUCA 2014 การสนับสนุนคณะที่ปรึกษาทางการ ศึกษาได้เข้าร่วมประชุมครูใหญ่โลก The International Confederation of Principal (ICP) ปี 2011, 2012 และ 2015 และ การประชุม WALS (World Association of Lesson Studies International Conference) ปี 2012 และ 2014 ทำให้คณะที่ ปรึกษาฯ ได้แก่ รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตพัฒนา รศ.ดร.พิมพันธ์ เดชะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร และการสอน และด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา อาจารย์พิเศษ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องช่วยสนับสนุนครูใหญ่ให้มีภาวะผู้นำ ทางในการพัฒนาโรงเรียน จึงได้ริเริ่มก่อตั้งกลุ่มผู้อำนวยการผู้นำ (Thailand Principal Forum) ขึ้น เป็นการรวมตัวของกลุ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียนจากหลากหลายสังกัด ที่มีความตั้งใจ มุ่งมั่นในการปฏิรูปโรงเรียนด้วยจิตอาสา ร่วมระดมสมองเพื่อ จะหาแนวทางในการพัฒนาตนเอง พัฒนาครู และพัฒนาโรงเรียน บริษัทฯ ได้สนับสนุนคณะเลขานุการ และอำนวย ความสะดวกให้แก่การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มผู้อำนวยการผู้นำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การก่อตั้งถึงปัจจุบัน มีผู้อำนวยการที่เป็น สมาชิกกลุ่มจำนวน 168 คน จากโรงเรียน 44 โรง โดยมีการประชุมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ลักษณะของการประชุมเชิง วิชาการ การเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการเยี่ยมชมโรงเรียนของสมาชิกกลุ่มฯ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กลุ่มผู้อำนวยการ ผู้นำยังได้ริเริ่มนำแนวคิด SLC สู่การปฏิบัติในโรงเรียนนำร่อง (Pilot school) ของสมาชิกอีกด้วย

    8. การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาไทยร่วมประชุม ICLS 2016 ณ สถาบันครุศึกษาแห่งชาติสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร
      บริษัทฯ สนับสนุนค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าเข้าร่วมการประชุมให้คณาจารย์ครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ ผศ.ดร. ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ เข้าร่วมการประชุม 12th International Conference of the Learning Science 2016 (ICLS 2016) ในวันที่ 20 - 24 มิถุนายน 2559 ณ สถาบันครุศึกษาแห่งชาติสิงคโปร์ (National Institute of Education) มหาวิทยาลัยนันยาง ประเทศสิงคโปร์ เพื่อสร้างโอกาสให้นักการศึกษาไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องการวิจัยการออกแบบหลักสูตร เครื่อง มือและการเรียนรู้ของครู นักเรียน โดยใช้เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน และการพัฒนาคุณภาพวิชาชีพครู โดยให้ผู้ได้รับการสนับสนุนนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้มานำเสนอแก่ผู้เกี่ยวข้องในการประชุมศึกษาฟอรัม ครั้งที่ 4 “ถึงเวลาปฏิรูป..ครุศึกษา” (ดูรายละเอียดในหัวข้อ 11 ศึกษาฟอรัม)

    9. การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาบริษัทฯ เป็นวิทยากรในงานการประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยการวิจัยทางการ ศึกษาพิเศษ ครั้งที่ 6 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
      บริษัทฯ สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของบริษัทฯ เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (School as Learning Community) ทางเลือกใหม่เพื่อการพัฒนาการเรียนการสอนร่วมกัน” ให้แก่สถาบันวิจัยและพัฒนา การศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้การประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ ครั้งที่ 6 “วิจัยเพื่อพัฒนาเด็กพิเศษในศตวรรษที่ 21 : เรียนให้เป็นสุข สนุกกับการเรียน” ในวันที่ 24 มิถุนายน 2559 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ แนวคิด SLC สำหรับส่งเสริมการพัฒนาการเรียนการสอน ด้านการศึกษาพิเศษ

    10. การสนับสนุนคณะทำงานเลขานุการเพื่อสร้างเครือข่ายทางวิชาการกับสถาบันทางการศึกษาและหน่วยงานด้านการศึกษาพิเศษ
      บริษัทฯ สนับสนุนคณะทำงาน ทำหน้าที่เลขานุการประจำหน่วยงานด้านการศึกษาพิเศษ ได้แก่ มูลนิธิส่งเสริมเด็กปัญญาเลิศ โดยมูลนิธิฯ ดังกล่าวดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริม และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาและส่งเสริมเด็กปัญญาเลิศ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายทางวิชาการกับหน่วยงานด้านการศึกษาพิเศษทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ได้ร่วมจัดการประชุมดำเนินกิจกรรมต่างๆ จำนวน 5 ครั้ง (จัดประชุมสองเดือนต่อครั้ง) และทางมูลนิธิฯ พร้อมเครือข่ายจำนวน 3 หน่วยงานได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพร่วม (Co-Host) ในการจัดกิจกรรมการประชุม เชิงปฏิบัติการและการแสดงนิทรรศการในงาน EDUCA 2016 ซึ่งกิจกรรมด้านการส่งเสริมการศึกษาพิเศษดังกล่าวได้รับ ความสนใจจากครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทั่วไปจำนวนมาก

    11. ศึกษาฟอรัม Suksa Forum ครั้งที่ 4 : ถึงเวลาปฏิรูป...ครุศึกษา ณ โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพ
      ในปี 2559 บริษัทฯ ยังคงสนับสนุนการเสวนาที่เรียกว่า “ศึกษาฟอรัม” อันเป็นการพูดคุยของกลุ่มผู้นำความคิดทางการ ศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ภายใต้จุดมุ่งหมาย “ร่วมกัน เปลี่ยนแปลง และสร้างสรรค์ ระบบการศึกษาไทยเพื่ออนาคตของชาติ” โดยร่วมจัดศึกษาฟอรัมต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ในชื่อ “ถึงเวลาปฏิรูป...ครุศึกษา” ศึกษาฟอรัมครั้งนี้ ได้เรียนเชิญคณาจารย์ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทฯ ให้เดินทางไป เข้าร่วมสัมมนานานาชาติที่สหรัฐอเมริกาและประเทศสิงคโปร์ คือ อ.ดร.จุฑารัตน์ วิบูลผล ผศ.ดร.ธิดา ทับพันธุ์ ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล และ ผศ.ดร.ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ มาร่วมกันนำเสนอบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก การประชุมนานาชาติ และการศึกษาดูงานที่เกี่ยวข้องกับการครุศึกษา โดยการประชุมจัดขึ้นในวันที่ 14 กันยายน 2559 ณ โรงแรมสุโขทัย สาทร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 40 คน รวมทั้งสื่อมวลชนที่นำสาระที่ได้เผยแพร่สู่สาธารณชน

    12. การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญร่วมประชุมโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC) ณ มหาวิทยาครุศาสตร์ปักกิ่ง กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
      บริษัทฯ ได้สนับสนุนค่าเดินทางและค่าที่พัก ให้ผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษา จำนวน 5 ท่าน เข้าร่วมการสัมมนานานาชาติ ครั้งที่ 4 “โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้” (The Fourth International Conference for School as Learning Community) ซึ่งจัดโดยเครือข่ายนานาชาติ โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (The International Network for School as Learning Community) ณ มหาวิทยาครุศาสตร์ปักกิ่ง (Beijing Normal University) กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 28 - 29 ตุลาคม 2559 โดยมีตัวแทนนักวิชาการไทยร่วมขึ้นเวทีเพื่อนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้าง “ชุมชนแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียน” กรณีศึกษาในประเทศไทยด้วย คือ รศ.ดร.สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ยังมีคณาจารย์อีกหลายท่านเดินทางไปเพื่อเข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ ได้แก่ ผศ.ดร.ชญาพิมพ์ อุตสาโห และผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.ชาตรี ฝ่ายคำตา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฯลฯ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ตลอดจนนำองค์ความรู้และประสบการณ์ ที่ได้มาพัฒนาการศึกษาไทย

    Education Communications เป็นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมทางด้านการศึกษา บริษัทฯ ยังคงดำเนินกิจการด้วยแนวทางดังกล่าวด้วยความเชื่อมั่น และเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะสร้างศักยภาพการแข่งขันที่เหนือ กว่า และสร้างคุณค่าแก่สังคมในเรื่องการศึกษา บริษัทฯ มุ่งหวังว่า ตัวอย่างการดำเนินงานเรื่องนี้จะจุดประกายให้ภาคธุรกิจ อื่นๆ เล็งเห็นความสำคัญ และเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีแก่สังคมอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ ได้นำนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อมของปิโก กรุ๊ป (Pico Eco) มาปรับให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน ของบริษัทฯ ซึ่งเน้นเรื่อง 3R ได้แก่ Reduce, Reuse, และ Recycle โดยมาตรการ 3R ที่นำมาใช้ในการดำเนินงานของ บริษัทฯ มีดังนี้

  • REDUCE: การลดการใช้ทรัพยากร
    • โครงการ “Think before You Print” เพื่อรณรงค์การลดการใช้กระดาษ โดยเน้นการลดปริมาณการพิมพ์ Email และข้อมูล ต่างๆ ที่ส่งผ่านทาง Email โดยพนักงานจะมีโลโก้ Pico Eco พร้อมข้อความ “Think before You Print” ใน E-Signature ของพนักงาน
      นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการดังกล่าว ทางบริษัทฯ ได้เพิ่มฟังก์ชั่นของเครื่องพิมพ์ (Printer) โดยพนักงานต้อง ใส่รหัสส่วนตัวที่เครื่องพิมพ์ก่อน เครื่องพิมพ์จึงจะดำเนินการพิมพ์เอกสารออกมา ซึ่งการตั้งค่าเครื่องพิมพ์ดังกล่าว ส่งผล ให้บริษัทฯ สามารถลดปริมาณกระดาษและหมึกพิมพ์ จากการพิมพ์โดยไม่ตั้งใจได้เป็นจำนวนมาก
    • การส่งเสริมการส่งมอบรายงานแก่ลูกค้า ในรูปแบบ CD (Soft file) เพื่อลดการใช้กระดาษและการใช้ทรัพยากรอื่นๆ ซึ่งได้เริ่มใช้สำหรับการส่งมอบงานแก่ลูกค้ารายใหญ่บางรายแล้ว
    • การส่งเสริมการลดการใช้พลังงานในสำนักงาน โดยรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน เพื่อสร้างจิตสำนึกแก่พนักงานในระยะยาว โดยอาศัยความร่วมมือจากพนักงานทุกฝ่ายทุกคน
    • การรณรงค์ให้พนักงานลดปริมาณขยะ และการใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง โดยเริ่มจากการส่งเสริมการลดการใช้แก้วกระดาษ ในร้านกาแฟของบริษัทฯ โดยหากพนักงานนำภาชนะหรือแก้วของตนเองมา จะได้ส่วนลดค่าเครื่องดื่ม ซึ่งทำให้ปริมาณขยะ จากแก้วกระดาษในสำนักงานลดลง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีจุดบริการน้ำดื่มสำหรับพนักงาน เพื่อให้พนักงานกดเติมน้ำ ตามความต้องการ ซึ่งเป็นการลดปริมาณขวดพลาสติก และน้ำที่เหลือทิ้งจากการใช้เหยือกน้ำ
  • REUSE: การนำทรัพยากรมาใช้ซ้ำ
    • การเน้นการใช้โครงสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ในการสร้างสรรค์งานให้ลูกค้า ที่สามารถใช้ซ้ำได้ เช่น การให้บริการ Pico Dome โดมขนาดใหญ่สำเร็จรูป ที่นอกจากจะสามารถสร้างสรรค์พื้นที่การจัดงานของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว การใช้โดมลักษณะนี้ ยังเป็นการประหยัดในเรื่องการขนส่ง ลดการก่อสร้าง และลดปริมาณขยะที่เกิดจากการก่อสร้างและรื้อถอนด้วย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการเสนอแนะและแนะนำให้ลูกค้า เน้นการใช้งานโครงสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งงานที่สามารถใช้ซ้ำได้ เพื่อลดต้นทุนทั้งในส่วนของบริษัทและของลูกค้า
    • โครงการ “Give Me a Second Chance” เป็นการรณรงค์การใช้กระดาษหน้าที่ 2 โดยส่งเสริมให้พนักงานนำกระดาษที่ใช้งานเพียงหน้าเดียวกลับมาใช้หรือพิมพ์อีกครั้ง เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษและขยะในสำนักงาน การส่งเสริมเรื่องการใช้กระดาษสองหน้านั้น พนักงานส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะฝ่ายที่จำเป็นต้องใช้กระดาษในการทำงาน เช่น ฝ่ายบัญชีและการเงิน และเลขานุการของแต่ละทีม ซึ่งจะมีการแยกกระดาษที่ใช้หน้าเดียวไว้ในบริเวณเครื่องพิมพ์เอกสารเพื่อให้พนักงานเลือกใช้กระดาษดังกล่าวก่อน ความร่วมมือดังกล่าว ส่งผลให้ปริมาณการใช้กระดาษของบริษัทฯลดลง
    • การบริจาควัสดุต่างๆ จากการสร้างสรรค์งานให้ลูกค้า ไปให้หน่วยงานที่ต้องการ เพื่อลดปริมาณขยะ และเกิดการใช้งานทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการบริจาคข้าวสารที่ใช้เป็นของตกแต่งในพื้นที่จัดงานให้สถานสงเคราะห์สุนัข และยังมีการบริจาควัสดุประเภทไม้ไผ่ที่ใช้ในการตกแต่งงานให้มูลนิธิเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น เช่น การสร้างฝายกั้นน้ำ ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวเป็นการรณรงค์ในองค์กรเท่านั้น ซึ่งความสำเร็จของการดำเนินนโยบาย ต้องอาศัยความเห็นชอบร่วมกันกับลูกค้าด้วย
  • RECYCLE: การแปรรูปทรัพยากรเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
    การนำขยะของบริษัทฯไปรีไซเคิล โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีการแยกขยะเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่
    1. ขยะที่สามารถนำไป Recycle ได้ เช่น ขวดแก้ว พลาสติก กล่องลัง และเอกสารที่ย่อยทำลาย
    2. กระดาษที่ใช้ทั้งสองหน้าแล้วและไม่มีข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัท และ
    3. ขยะทั่วไป
    โดยสำหรับขยะในกลุ่มแรก บริษัทฯ จะขายต่อให้ผู้รับเหมาขยะไปแปรรูปต่อไป ส่วนขยะในกลุ่มที่ 2 บริษัทฯ จะรวบรวมไว้ เพื่อส่งมอบต่อให้หน่วยงานนำไปย่อยเพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ ต่อไป เช่น นำไปทำหนังสือเพื่อคนตาบอด เป็นต้น และสำหรับ ขยะทั่วไป บริษัทฯ จะนำไปทิ้งทำลายตามปกติ

บริษัทฯ ถือหลักการดำเนินและแข่งขันทางธุรกิจอย่างเป็นธรรม โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการให้บริการที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้า และการสร้างประโยชน์ต่อสังคม และในการดำเนินธุรกิจนั้น บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเคารพทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ของผู้อื่น โดยบริษัทฯ จะมีความระมัดระวังเรื่องการละเมิดเป็นอย่างสูง

บริษัทฯ มีการดำเนินการอย่างเข้มงวดในเรื่องของการต่อต้านทุจริตในการทำงาน โดยได้มีการกำหนดขั้นตอนการทำงาน อย่างรอบคอบและรัดกุมเพื่อลดโอกาสในการเกิดการทุจริต รวมทั้ง ยังมีการย้ำเตือนในเรื่องความซื่อสัตย์ในการทำงานแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ เน้นคุณสมบัติของพนักงานที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่
  1. Accountable โดยพนักงานต้องมีความรับผิดชอบ เป็นคนที่เชื่อถือได้ ไม่โยนภาระความรับผิดชอบให้ผู้อื่น
  2. Integrity พนักงานต้องเป็นคนซื่อสัตย์ ปฏิบัติงานด้วยความสุจริต ไม่ทุจริตและไม่สนับสนุนการทำทุจริต และ
  3. Dignity พนักงานต้องเคารพตนเองและให้ความเคารพผู้อื่น โดยต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพและให้เกียรติ
บริษัทฯ ให้ความเคารพพนักงาน ผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจทุกคน โดยกระบวนการในการพิจารณาคัดเลือก และให้ผลตอบแทนนั้น บริษัทฯ จะให้ความสำคัญในเรื่องของความรู้ความสามารถในการทำงานเป็นหลัก โดยมิได้คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ส่งเสริมการสร้างรายได้ในชุมชน โดยการเปิดโอกาสให้มีการตั้งร้านขายอาหารในบริเวณโรงอาหารของบริษัทฯ แก่พนักงาน ซึ่งทำให้คนในชุมชนที่สนใจขายอาหารมีอาชีพ รวมทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานของบริษัทฯ และบริษัทข้างเคียงด้วย
การให้บริการของบริษัทฯ เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพระดับสากล โดยบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2008 on Project Management for Event Marketing, Exhibition, Museum and Special Project ซึ่งบริษัทฯ ถือเป็นบริษัทแรกๆ ในกลุ่มธุรกิจด้านการให้บริการด้านการจัดกิจกรรมทางการตลาดและการบริการด้านการบริหารจัดการและการให้บริการในธุรกิจไมซ์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในลักษณะนี้
ทั้งนี้ การได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพการให้บริการ ความปลอดภัยในการทำงานกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ การส่งมอบงานที่ตรงเวลา และการบันทึกข้อมูลอย่างรอบคอบเป็นระบบ
บริษัทฯ มีนโยบายคุณภาพในการทำงาน คือ “คุณภาพคน คุณภาพงาน (Quality Life Quality Work)” โดยเชื่อว่างานที่มีคุณภาพ ต้องมาจากคนที่มีคุณภาพ ซึ่งหมายถึงคนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีการกำหนดนโยบายผลตอบแทน และสวัสดิการพนักงานอย่างเป็นธรรม และเสมอภาค